Web Site Analysis

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ช่วยแนะนำมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องใช้ Clear Far SerumClear Far Serum จะมีสารสกัดที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอ และผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้นผลิตภัณฑ์ Clear Far Serum แล้วไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองปรึกษาได้ที่Tel: 0835854585 LINE ID @slimycenter ที่หลายคนควรรู้

มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องใช้ Clear Far SerumClear Far Serum จะมีสารสกัดที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอ และผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้นผลิตภัณฑ์ Clear Far Serum แล้วไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองปรึกษาได้ที่Tel: 0835854585 LINE ID @slimycenter เริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับClear Far Serumทำความเข้าใจได้จากบทความนี้ ผู้ที่มีปัญหาแบบใด ที่ควรใช้ Clear Far Serum
      อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า Clear Far Serum เป็นรีมที่ช่วยบำรุง ฟื้นฟู และยังช่วยรักษาผิวหน้าของคุณให้กลับมาดูดีได้ ด้วยสารสกัดที่เป็นประโยชน์กับผิวหน้านานาชนิด แต่คุณจะทราบได้อย่างไรว่าคุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ควรใช่ Clear Far Serum เพื่อช่วยในการดูแลผิวหน้าของคุณ วันนี้เราจะมาบอกถึงลักษณะของผู้ที่ควรใช้ มีปัญหาเรื่องความหมองคล้ำบนใบหน้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาในเรื่องความหมองคล้ำของผิวหน้า หรือมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ Clear Far Serum สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยบนใบหน้าปัญหาเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า เป็นปัญหาที่มักเกิดกับสาวๆ และเครื่อสำอางก็ไม่อาจปกปิดริ้วรอยเหล่านั้นได้ คุณควรที่จะใช้ Clear Far Serum มาเป็นตัยช่วยเพื่อทำให้ริ้วรอยของ คุณตื้นขึ้น โดยสารสกัดในครีมนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนให้ผิวหน้าของคุณ และช่วยไปเติมรอยลึกให้ผิวของคุณดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพียงใช้เวลาไม่กี่วัน มีปัญหาเรื่องสิว ต้องลอง Clear Far Serum เรื่องสิว เป็นปัญหาที่พบมากในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งสิวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน Clear Far Serum จะช่วยให้สิวของคุณยุบลง ไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นบนใบหน้า และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวในอนาคตด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณมีผิวหน้าที่เรียบเนียนขึ้น มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ หรือรอยสิวจุดด่างดำและรอยสิว เป็นปัญหากวนใจตามมา เมื่อสิวทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าของคุณ Clear Far Serum จะช่วยให้จุดด่างดำและรอยสิวเหล่านั้นจางลงได้ เพราะมีสารสกัดที่ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ถูกทำลายออก และช่วยให้ผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้น ทำให้รอยต่างๆบนใบหน้าของคุณดูจางลงและหายไปในที่สุด Clear Far Serum กระชับรูขุมขนกว้างก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่แก้ไขได้ยาก แต่ Clear Far Serum ก็สามารถช่วยแก้ไขให้คุณได้ โดยสารสกัดในครีมจะช่วยกระชับรูชุมชนบนใบหน้าให้เล็กลง และยังทำให้ผิวหน้าของคุณดูเต่งตึง มีน้ำมีนวลมากขึ้น ทำให้คุณมีผิวที่เรียบ ไม่มีรูชุมชนที่กว้างมากวนใจ
       หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าอย่างที่เราได้ยกตัวอย่างมานี้ เราขอแนะนำให้คุณลองใช้ Clear Far Serum แล้วคุณจะพบกับความประทับใจ และพบกับผลลัพธ์ ที่ดี จนคุณคาดไม่ถึง ก็สัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของผิวหนังที่ชุ่มชื้น อุดมไปด้ยวิตามินทรงคุณค่าต่างๆในเนื้อ อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่น่าพอหน้าสวยใสไม่ต้องฉีด Clear Far Serum จัดให้ สาวๆ หนุ่มๆ หล
ภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้องมีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องใช้ Clear Far SerumClear Far Serum จะมีสารสกัดที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอ และผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้นผลิตภัณฑ์ Clear Far Serum แล้วไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองปรึกษาได้ที่Tel: 0835854585 LINE ID @slimycenter
มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องใช้ Clear Far SerumClear Far Serum จะมีสารสกัดที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอ และผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้นผลิตภัณฑ์ Clear Far Serum แล้วไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองปรึกษาได้ที่Tel: 0835854585 LINE ID @slimycenter
อ้างอิงจาก: Clear Far Serum
แท็ก: Clear Far Serum
อ้างจาก: Clear Far Serum
มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องใช้ Clear Far SerumClear Far Serum จะมีสารสกัดที่จะช่วยให้ผิวของคุณมีความเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอ และผิวมีความกระจ่างใสมากขึ้นผลิตภัณฑ์ Clear Far Serum แล้วไม่เกิดอาการแพ้ หรือ ระคายเคืองปรึกษาได้ที่Tel: 0835854585 LINE ID @slimycenter

หมวดหมู่: Clear Far Serum
หน้าหลัก: http://www.reginarx2.com/product/64
รายละเอียดสินค้า: http://www.reginarx2.com/how2order
ติดต่อเรา: http://www.reginarx2.com/contactus
ชื่อ: Clear Far Serum
ที่อยู่: ประเทศไทย
เบอร์โทรติดต่อ: 0835854585
อีเมล์: rpinkky@gmail.com

2
Volleyball around the world / ระบบ บำบัดน้ำเสีย ทางชีวภาพ
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 11:55:52 PM »
ระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งที่อาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ (biodegradable organic compound) โดยจุลินทรีย์จะใช้สารอินทรีย์เป็นอาหารและสารตั้งต้นในกระบวนการดำรงชีวิต การเจริญเติบโต และการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ (new cell) และได้ผลผลิตเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO 2 ) น้ำ (H 2 O) และสารตกค้างซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (non biodegradable residual)

1. ประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ

กระบวนการบำบัดทางชีวภาพ สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามชนิดของจุลินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ได้แก่ การบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ หรือใช้ออกซิเจน (aerobic wastewater treatment) และการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ หรือไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic wastewater treatment)

• กระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ (aerobic wastewater treatment) เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่ต้องอาศัยออกซิเจนละลายน้ำ (dissolved oxygen) หรือ ออกซิเจนอิสระ ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ปฏิกิริยาการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยแบคทีเรียกลุ่มที่ใช้อากาศ (aerobic bacteria) สามารถจำแนกได้เป็น 2 ขั้นตอน ตามลำดับดังนี้ คือ

ขั้นตอนที่ 1 : เป็นกระบวนการนำสารอินทรีย์หรือสารอาหารเข้าไปในเซลล์ โดยจุลินทรีย์จะส่งเอนไซม์ (enzyme) ออกมาย่อยสลายสารอินทรีย์ที่มาเกาะติดที่ผนังเซลล์เพื่อเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของสารโมเลกุลเล็กที่จะสามารถซึมผ่านเข้าไปในเซลล์ของจุลินทรีย์ได้

ขั้นตอนที่ 2 : เป็นกระบวนการทางชีวเคมีภายในเซลล์จุลินทรีย์ เพื่อที่จะผลิตพลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และการสร้างเซลล์ใหม่ โดยเขียนอยู่ในรูปของสมการโดยรวมได้ ดังนี้

เมื่อสารอินทรีย์ในน้ำเสียถูกเปลี่ยนรูปมาเป็นจุลินทรีย์เซลล์ใหม่ จะรวมตัวกันเป็นฟล็อก (biological flocculation) ก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น และแยกออกจากน้ำเสียได้ง่ายด้วยการตกตะกอน

กระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบใช้อากาศ จำแนกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ

1) ระบบบำบัดที่จุลินทรีย์แขวนลอยอยู่ในระบบ (suspended system) เช่น บ่อแอโรบิก (Aerobic Pond) บ่อเติมอากาศ (Aerated Lagoon) ระบบแอคติเวทเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge) เป็นต้น

2) ระบบบำบัดที่จุลินทรีย์เกาะติดผิวตัวกลาง หรือ ระบบฟิล์มตรึง (fixed film system) เช่น ระบบโปรยกรอง (Trickling Filter) และระบบแผ่นหมุนชีวภาพ (Rotating Biological Contactor) เป็นต้น

• กระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศ (anaerobic wastewater treatment) เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียในสภาวะไร้ออกซิเจน โดยจุลินทรีย์จะอาศัยสารประกอบอื่นเป็นตัวรับอิเล็กตรอนแทนออกซิเจนละลายน้ำ (dissolved oxygen) หรือออกซิเจนอิสระ

กลไกการย่อยสลายสารอินทรีย์แบบไม่ใช้อากาศหรือออกซิเจน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน ตามลำดับดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : เป็นกระบวนการไฮโดรไลซิส (hydrolysis) โดยอาศัยเอนไซม์ (enzyme) ที่ถูกส่งออกมานอกเซลล์ เพื่อเปลี่ยนสารอินทรีย์โมเลกุลใหญ่ให้เป็นสารโมเลกุลเล็ก

ขั้นตอนที่ 2 : เป็นกระบวนการสร้างกรด (acidogenesis) โดยแบคทีเรียสร้างกรด ซึ่งจะเปลี่ยนผลผลิตที่ได้จากฏิกิริยาไฮโดรไลซิสในขั้นตอนที่ 1 ไปเป็นกรดไขมันระเหย (volatile fatty acid; VFA)

ขั้นตอนที่ 3 : เป็นกระบวนการสร้างกรดอะเซติกจากกรดไขมันระเหย (acetogenesis) โดยแบคทีเรียกลุ่มอะซีโตเจนิก (acetogenic bacteria) จะเปลี่ยนกรดไขมันระเหย ไปเป็นผลผลิตสำคัญในการสร้างก๊าซมีเทน ได้แก่ กรดอะเซติก กรดฟอร์มิก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซไฮโดรเจน

ขั้นตอนที่ 4 : เป็นกระบวนการสร้างมีเทน (methanogenesis) โดยผลผลิตที่ได้จากแบคทีเรียสร้างกรดในขั้นตอนที่ 3 จะถูกเปลี่ยนไปเป็นก๊าซมีเทนโดยแบคทีเรียกลุ่มสร้างมีเทน (methanogenic bacteria) แบคทีเรียกลุ่มที่สร้างมีเทนนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ชนิดแรก คือ แบคทีเรียที่สร้างมีเทนจากคาร์บอนไดออกไซด์ และไฮโดรเจน (hydrogenotrophic bacteria) โดยได้คาร์บอนมาจากคาร์บอนไดออกไซด์และได้พลังงานจากไฮโดรเจน ชนิดที่สอง คือ แบคทีเรียที่สร้างมีเทนจากกรดอะเซติก (acetotrophic bacteria) ซึ่งใช้อะเซเตดเป็นตัวรับอิเล็กตรอน และใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งสามารถเขียนให้อยู่ในรูปของสมการโดยรวมได้ ดังนี้

จากกลไกการย่อยสลายสารอินทรีย์แบบไม่ใช้อากาศทั้ง 4 ขั้นตอน สรุปได้ว่า ในกระบวนการบำบัดแบบไม่ใช้อากาศอาศัยการทำงานของแบคทีเรีย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สร้างกรด และกลุ่มที่สร้างมีเทน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องของแบคทีเรียทั้ง 2 กลุ่ม หากการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนไป ก็จะมีผลต่อการทำงานแบคทีเรียอีกกลุ่มหนึ่งและประสิทธิภาพโดยรวมของระบบได้ ตัวอย่างเช่น กรณีที่ระบบได้รับสารอาหารหรือปริมาณสารอินทรีย์เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แบคทีเรียกลุ่มที่สร้างกรดก็จะมีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้น มีการสร้างกรดอินทรีย์และผลผลิตต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้แบคทีเรียกลุ่มที่สร้างมีเทนซึ่งมีความสามารถในการเจริญเติบโตต่ำกว่า ไม่สามารถย่อยสลายกรดอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ก็จะมีปริมาณกรดอินทรีย์สะสมเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าระบบไม่มีกำลังบัฟเฟอร์เพียงพอ ค่า pH ของระบบที่ลดลงก็จะไปมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียกลุ่มที่สร้างมีเทน จนอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง หรือการทำงานของระบบล้มเหลวได้ในที่สุด


ระบบ บำบัดน้ำเสีย ทางชีวภาพ ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/
[/url]
3
Volleyball around the world / ท่อตัน เป็นปัญหาที่บ้านทุกหลังพบเจอบ่อยครั้ง
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 11:39:12 PM »
หลายคนในทีมแอดมินบ่นเรื่องปัญหาท่อตันที่บ้านบ่อยครั้ง จนแอดมินต้องหาข้อมูลและรวบรวมวิธีแก้ปัญหาท่อตันมานำเสนอ เพราะเรื่องท่อตันเป็นปัญหาที่บ้านทุกหลังพบเจอบ่อยครั้ง และเมื่อเจอปัญหาก็พยายามหาวิธีแก้ไขต่างๆ จึงรวบรวมวิธีแก้ปัญหาท่อตันแบบที่ทำได้เลยมาฝากเป็นเทคนิคพิเศษสำหรับบ้านทุกหลังค่ะ

เบกกิ้งโซดา: ทุกครั้งที่แนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในบ้าน จะต้องมีของคู่ครัวชนิดนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ สำหรับการแก้ปัญหาท่อตันโดยการใช้เบกกิ้งโซดานั้น วิธีการคือ นำผงเบกกิ้งโซดาเทลงไปในท่อ จากนั้นนำน้ำส้มสายชูเทตามลงไป ทิ้งไว้สักพักก่อนจะเทน้ำร้อนตามลงไปอีกครั้งหนึ่ง ปล่อยเวลาไว้สักประมาณครึ่งชั่วโมง ท่อก็จะใช้งานได้ตามปกติ

แผ่นดักเส้นผม: อีกปัญหาหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามนั่นคือเส้นผมของเรา เส้นผมเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ท่อน้ำอุดตัน ปกติในห้องน้ำมักมีฝาปิดปากท่อระบายน้ำอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถป้องกันเส้นผมไม่ให้ไหลลงไปได้ การนำแผ่นดักเส้นผมมาติดเพิ่มที่ปากท่อระบายน้ำ จะช่วยป้องกันปัญหาเส้นผมไหลลงไปติดในท่อได้ระดับหนึ่ง

งูเหล็ก: อีกหนึ่งอุปกรณ์แก้ปัญหาท่อตัน งูเหล็กมีลักษณะเป็นเส้นเหล็ก ที่ส่วนปลายมีขดลวด เวลาใช้ก็เพียงนำงูเหล็กนี้ใส่ลงไปในท่อที่มีปัญหาอุดตัน จากนั้นก็หมุนงูเหล็กไปมา เพื่อดักจับสิ่งอุดตันภายในท่อให้หลุดออกมา เนื่องจากงูเหล็กมีหลายขนาด แม่บ้านหรือพ่อบ้านสามารถเลือกงูเหล็กได้ตามไซส์ที่ต้องการ

โซดาไฟ: นำผงโซดาไฟที่ซื้อจากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ไปละลายน้ำ จากนั้นค่อยๆ เทน้ำผสมโซดาไฟลงไปในท่อ ทิ้งไว้สักพักก่อนจะเทน้ำตามลงไป ในระหว่างเทน้ำสามารถใช้ปั๊มยางดูดส้วมช่วยได้อีกทางหนึ่ง

น้ำร้อนก็ช่วยได้: บางครั้งปัญหาท่อตันอาจเกิดจากการสะสมของไขมันเท่านั้น ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด และน่าจะทดลองทำได้ในเบื้องต้นก็คือเทน้ำร้อนจัดๆ ลงไปในท่อ เพื่อให้ความร้อนจากน้ำร้อนช่วยละลายไขมัน

ปั๊มยางดูดส้วม: เป็นวิธีแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่าย และไม่ยุ่งยากในการใช้งาน

เส้นเหล็กดัดงอ: นอกจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาท่ออุดตันแล้ว เราสามารถใช้เหล็กหรือแท่งโลหะที่สามารถดัดส่วนปลายงอเป็นข้อ เช่นไม้แขวนเสื้อสามารถนำมายืดให้ตรง แล้วดัดส่วนปลายของไม้แขวนเสื้อให้งอ ก็สามารถนำอุปกรณ์ที่คุณ diy เหล่านี้ไปใช้แก้ปัญหาแก้ท่อตันได้

น้ำยาล้างห้องน้ำ: น้ำยาล้างห้องน้ำเป็นตัวช่วยหนึ่งในการทำละลายสิ่งอุดตันภายในท่อน้ำได้ โดยนำน้ำยาล้างห้องน้ำผสมกับน้ำเปล่า แล้วเทลงไป กรดภายในน้ำยาล้างห้องน้ำสามารถทำให้ตะกรันที่ติดค้างภายในท่อหลุดออกไปได้

ตะแกรงกรองเศษอาหาร: ปกติที่ซิงค์ล้างจานบริเวณปากท่ออาจจะไม่มีสิ่งใดปิดกั้นไว้ การซื้อตะแกรงตาถี่ๆ มาวางกั้น จะทำให้ระหว่างล้างจาน เศษอาหารที่จะอุดตันท่อถูกกรองออกไปก่อนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งช่วยลดการเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันได้เป็นอย่างดี


ท่อตัน เป็นปัญหาที่บ้านทุกหลังพบเจอบ่อยครั้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/[/url]
4
Multimedia / ทำไม ชักโครกกดไม่ลง กะทันหัน
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 11:24:53 PM »
 “เคยหรือไม่ที่กด ราด ชักโครกในห้องน้ำเท่าไหร่ก็ไม่ลงซะที วันนี้ เลยนำเอาเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน โดยส้วมตันสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเพราะท่อตัน ส้วมเต็ม ท่อหายใจอุดตัน น้ำท่วม ฯลฯ การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ให้ตรงจุด ถ้าใช้อยู่คนเดียวก็อาจเดาได้ไม่ยาก คงมาจากการใช้งานของเราเอง หรือถ้าไม่ใช่ก็ต้องสังเกตเหตุการณ์แวดล้อม ดังนี้

ท่อตัน
สาเหตุ: ส่วนมากเกิดจากการทิ้งของที่ไม่ใช่ของเสียลงในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นเศษผม เศษอาหาร หรือแม้แต่ทิชชู ซึ่งอาจไปกระจุกอยู่ และทำให้เกิดการอุดตันได้

วิธีแก้ไข : การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ใช้ไม้ที่ปลายเป็นจุกยาง (คงคุ้นภาพกันดี) กระทุ้งลงไป โชคดีอาจแรงพอให้ขยะพวกนั้นหลุดออกไปได้ แต่อย่าเพิ่งวางใจ อาจไปติดอยู่ที่ส่วนอื่นของท่อแทน บางคนเลยเลือกใช้ “โซดาไฟ” (NaOH / Sodium Hydroxide) ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยาก ใส่ลงไปในโถเพื่อช่วยย่อยสิ่งปฏิกูลที่ติดค้างอยู่ แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับ “สารอนินทรีย์” ได้อยู่ดี… สุดท้ายถ้าไม่ไหว คงต้องเรียกผู้ให้บริการด้านนี้เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะมาจัดการปัญหาให้สิ้นซากไป

ส้วมเต็ม
สาเหตุ: ใช้งานมาเป็นเวลานาน หรือถังบำบัดมีขนาดเล็กเกินไป

วิธีแก้ไข : เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่น เช่น ท่อตัน หรือน้ำท่วม รวมทั้งถ้าลองนึกดูแล้วจำไม่ได้ว่าสูบส้วมไปครั้งสุดท้ายเมื่อไร ก็เรียกรถสูบส้วมมาได้เลย แต่ถ้าพิจารณาแล้วมันเต็มบ๊อยบ่อย ก็ต้องเช็กที่ถังบำบัดว่าเล็กไปหรือเปล่า หรือว่าทำงานผิดพลาดตรงไหน เช่น เชื้อจุลินทรีย์ที่มีหน้าที่ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในถังนั้นอาจตายไปเยอะ ก็ซื้อมาเติมกันได้

ท่อหายใจอุดตัน
สาเหตุ: อย่าเพิ่งงงว่าคือท่ออะไร ลองไปด้อมๆ มองๆ ดูแถวๆ บ่อบำบัด จะมีท่อเล็กๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน นั่นคือท่อที่ไว้ระบายแก๊สออกจากระบบบำบัด ถ้าแก๊สระบายออกมาไม่ได้ ของใหม่ก็เข้าไปไม่ได้ เหมือนกับเราเป่าลมเข้าขวดแล้วมันไม่เข้านั่นเอง

วิธีแก้ไข: ถ้าอยู่ต่ำไปก็ต่อขึ้นมาให้สูง จะได้ไม่มีเศษอะไรเข้าไปอุดตันได้ง่ายๆ ถ้าจะให้ดีก็ควรหุ้มตาข่ายไว้ที่ปลายท่อด้วย

น้ำท่วม
สาเหตุ: น้ำจากธรรมชาติเข้าไปอยู่ในระบบบำบัด ไม่ว่าจะจากทางไหนก็ตาม พอเต็มไปด้วยน้ำแล้ว ก็เลยไม่มีพื้นที่ให้ของเสียของเรานั่นเอง ปัญหานี้โดยมากจะเกิดกับบ่อบำบัดแบบเก่า ที่เห็นเป็นท่อปูนวางซ้อนๆ กันลงไปในดิน


ทำไม ชักโครกกดไม่ลง กะทันหัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/
[/url]
5
Volleyball Talk / วิธี กำจัดลูกน้ำยุงลาย แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 11:10:39 PM »
1. ยุงลายในประเทศไทยที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus)

2. แหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายทั้งสองชนิดแตกต่างกัน โดยลูกน้ำของยุงลายบ้านจะอยู่ในภาชนะขังน้ำชนิดต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่อยู่ภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ บ้าน เช่น โอ่งน้ำดื่มน้ำใช้ บ่อซีเมนต์เก็บน้ำในห้องน้ำ ถ้วยหล่อขาตู้กับข้าวกันมด แจกัน ภาชนะเลี้ยงพลูด่าง จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่า และเศษวัสดุต่างๆ ที่มีน้ำขัง เป็นต้น เมื่อปี ค.ศ. 2007 นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเครกเวนเตอร์ สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของยุงลายบ้านได้เป็นผลสำเร็จ นับเป็นยุงชนิดที่สองในโลกที่ได้รับการศึกษาจีโนมอย่างสมบูรณ์ พบว่าสายพันธุกรรมประกอบไปด้วยเบสจำนวน 1.38 ล้านคู่ สร้างโปรตีนทั้งหมด 15,419 ชนิด
3. ลูกน้ำยุงลายสวนมักเพาะพันธุ์อยู่ในแหล่งธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ โพรงหิน กระบอกไม้ไผ่ กาบใบพืชจำพวกกล้วย พลับพลึง หมาก ตลอดจนแหล่งเพาะพันธุ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น และอยู่บริเวณรอบๆ บ้านหรือในสวน เช่น ยางรถยนต์เก่า รางน้ำฝนที่อุดตัน ถ้วยรองน้ำยางพาราที่ไม่ใช้แล้ว หรือแม้แต่แอ่งน้ำบนดิน ยุงลายสวนตัวเมียจะไม่วางไข่บนน้ำโดยตรงเหมือนยุงชนิดอื่นๆ และมีความสามารถในการกัดได้รวดเร็วมาก ส่วนใหญ่คนที่ถูกกัดจะตบไม่ทัน

การกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย
1. ปิดปากภาชนะเก็บน้ำด้วยผ้า ตาข่ายไนล่อน อะลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นที่สามารถปิดปากภาชนะเก็บน้ำนั้นได้อย่างมิดชิด จนยุงไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปวางไข่ได้
2. หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน ซึ่งเหมาะสำหรับภาชนะเล็กๆ ที่มีน้ำไม่มากนัก เช่น แจกันดอกไม้สด ทั้งที่เป็น
แจกันที่หิ้งบูชาพระ แจกันที่ศาลพระภูมิ หรือแจกันประดับตามโต๊ะ รวมทั้งภาชนะและขวดประเภทต่างๆ
ที่ใช้เลี้ยงต้นพลูด่าง ฯลฯ
3. ใส่ทรายในจานรองกระถางต้นไม้ ใส่ให้ลึกประมาณ 3 ใน 4 ของความลึกของจานกระถางต้นไม้นั้น เพื่อให้ทรายดูดซึมน้ำส่วนเกินจากการรดน้ำต้นไม้ไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับกระถางต้นไม้ที่ใหญ่และหนัก ส่วนต้นไม้เล็กอาจใช้วิธีเทน้ำที่ขังอยู่ในจานรองกระถางต้นไม้ทิ้งไปทุก 7 วัน
4. การเก็บทำลายเศษวัสดุ เช่น ขวด ไห กระป๋อง ฯลฯ และยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้ หรือคลุมให้มิดชิดเพื่อไม่ให้รองรับน้ำได้
5. บริเวณที่ปลูกต้นไม้ หากมีต้นไม้เยอะๆ ก็ทำให้มียุงเยอะ เพราะยุงจะชอบเกาะพักอยู่ในที่มืดๆ อับๆ ควรแก้ไขให้ดูโปร่งตาขึ้น ถ้าเป็นต้นไม้ประดับในบริเวณบ้าน ก็ต้องคอยสังเกตุว่ารดน้ำมากไปจนมีน้ำขังอยู่ในจานรองกระถางหรือเปล่า พยายามเทน้ำทิ้งบ่อยๆ

วิธีกำจัดลูกน้ำ
วิธีทางเคมี และชีวภาพที่นำมาใช้กำจัดลูกน้ำ ได้แก่
1. แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ Bacillus thuringiensis israelensis และ Bacillus sphaericus
2. สารหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแมลง เช่น methoprene
3. ยาฆ่าแมลงในกลุ่มสารออร์แกโนฟอสเฟต เช่น temephos
4. น้ำมันแร่ (mineral oils)
5. แผ่นฟิล์มโมเลกุลเดียว (monomolecular films)

ทรายกำจัดลูกน้ำ
1. ทรายกำจัดลูกน้ำ เป็นทรายที่ถูกเคลือบด้วยสารเคมีที่มีชื่อสามัญว่า “ทีมีฟอส” (temephos) เป็นสารเคมีสังเคราะห์ในกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต ใช้ใส่ในน้ำเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย อัตราส่วนที่ใช้ คือ ทรายกำจัดลูกน้ำ 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร หากใช้ทรายกำจัดลูกน้ำตามอัตราที่กำหนดให้นี้จะไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค
2. เป็นสารออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท และการหายใจของลูกน้ำยุงต่างๆ สารทีมีฟอสมีความเป็นพิษสูงต่อตัวอ่อนของยุง รวมทั้งแมลงอื่นๆ เช่น ริ้น แมลงวันฝอยทราย แมลงหวี่ขน แมลงวันริ้นดำ และเหา จากการศึกษาพบว่ามีพิษน้อยต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ แต่ยังมีความเป็นพิษสูงต่อนกบางชนิด
3. ทรายกำจัดลูกน้ำที่ผลิตออกมาจำหน่ายมีหลายชื่อการค้า เช่น อะเบท (ABATE) เคมฟลีท แซนดาเบต (Chemfleet Sandabate) ลาวิฟอส เอสจี (Lavifos SG) เป็นต้น
4. ทรายกำจัดลูกน้ำได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่า ปลอดภัยสำหรับการใส่ในน้ำดื่ม แต่มีข้อจำกัดที่ราคาค่อนข้างแพง

โอ่งน้ำ
สำหรับโอ่งน้ำ ควรใช้วิธีปิดฝาให้มิดชิด ปิดปากโอ่งน้ำดื่มด้วยผ้ามุ้งหรือตาข่ายไนล่อน คาดเชือกรอบปากโอ่งให้แน่น แล้วจึงปิดทับชั้นนอกด้วยฝาอะลูมิเนียม เพื่อป้องกันฝุ่นละออง การปิดปากโอ่งด้วยฝาอะลูมิเนียมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับโอ่งน้ำใช้ที่ต้องใช้น้ำอยู่เป็นประจำ ให้หุ้มฝาอะลูมิเนียมด้วยผ้ามุ้งอย่างหลวมๆ เวลาปิดฝา ชายผ้าจะกรอมลงไปกับตัวโอ่ง ช่วยป้องกันไม่ให้ยุงลายเล็ดลอดเข้าไปวางไข่ในโอ่งได้



วิธี กำจัดลูกน้ำยุงลาย แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/[/url]
6
 ปัญหาท่อระบายน้ำภายในบ้านและคอนโดส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่กวนใจคุณแม่บ้านและใครหลายๆ คน เช่น ชักโครก ท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ ท่ออ่างล้างจานในห้องครัว

หรือท่อระบายน้ำเครื่องซักผ้า ซึ่งจุดนั้นมักมีกลิ่นเหม็นที่เกิดจากเศษอาหารหลุดลงไป หรือเป็นแหล่งสะสมของคราบสกปรกและเชื้อโรค แม้ว่าบางครั้งคุณได้ล้างทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้วก็ตาม ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพราะวันนี้เรามีวิธีกำจัดกลิ่นท่อเหม็นเหล่านั้นมาฝากกันค่ะ

วิธีดับกลิ่นจากท่อน้ำทิ้ง
รักษาความสะอาด
คุณต้องเก็บเศษอาหารทิ้งลงถังขยะแทนการเทลงท่อน้ำโดยตรง ส่วนท่อระบายน้ำในห้องน้ำหมั่นเอาเศษผมออก และเวลาคุณแม่บ้านกวาดบ้านควรตักเศษผงใส่ที่ตักขยะ ห้ามกวาดเศษผงนั้นลงในห้องน้ำเด็ดขาด นอกจากเศษผงจะส่งกลิ่นแล้วยังทำให้ท่อน้ำตันได้อีกด้วยนะ

ทำความสะอาดท่อด้วยเบกกิ้งโซดา
โดยการนำเบกกิ้งโซดามาโรยลงในท่อ จากนั้นให้คุณราดน้ำส้มสายชูตามลงไปในปริมาณที่เท่ากัน แล้วรอประมาณ 15 นาที จึงค่อยราดน้ำเดือดตามลงไป วิธีนี้ช่วยสลายเศษอาหารหรือกระจุกเส้นผมภายในท่อออก ทำให้ท่อโล่งและน้ำไหลได้สะดวกขึ้น

ทำความสะอาดด้วยโซดาไฟ
เนื่องจากโซดาไฟเป็นสารเคมีอันตรายอย่างมากคุณควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาจัดการให้ หรือหากต้องทำเองควรใช้อย่างระมัดระวัง เวลาใช้ต้องใส่ถุงมือ และผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง นำโซดาไฟใส่ลงในภาชนะ ค่อยๆ เติมน้ำแล้วคนให้ละลาย จากนั้นเทลงในท่อที่อุดตัน ระวังอย่าให้เข้าตา จมูก และปาก แม้กระทั่งผิวหนังเอง เพราะโซดาไฟมีฤทธิ์เป็นด่าง หากเข้มข้นมากก็สามารถกัดผิวหนังให้เปื่อยยุ่ยได้ในระยะเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีนะคะ

ใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์
ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ เช่น ยาขจัดเชื้อโรคเดทตอล หรือจุลินทรีย์ EM เป็นต้น คุณสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ที่ใช้ในครัวเรือน โดยนำเอา EM เทลงไปในท่อน้ำทิ้ง ประมาณ 2-4 ลิตร (แล้วแต่พื้นที่ของท่อ) ติดต่อกันทุกวันประมาณ 1 สัปดาห์ พวกจุลินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพนี้ จะทำหน้าที่ย่อยสลายคราบไขมัน หรือคราบสกปรกที่ติดอยู่ภายในท่อ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาท่อเหม็นนี้

ดับกลิ่นด้วยเกลือ
ให้คุณนำเกลือที่เราใช้ปรุงอาหารมาละลายกับน้ำอย่างเข้มข้น แล้วนำไปราดลงในชักโครกหรือคอห่านได้เลย ฤทธิ์ของเกลือจะช่วยขจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็นได้

จะเห็นว่าการกำจัดท่อเหม็นด้วยวิธีเหล่านี้ จะช่วยแก้ปัญหากลิ่นจากท่อน้ำทิ้งได้ แต่สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ การหมั่นดูแลทำความสะอาด อย่าให้มีเศษเส้นผม เศษอาหาร หรืออะไรหลุดลงไปตามท่อ เพียงเท่านี้ก็ขจัดแหล่งสะสมของเชื้อโรค และไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์มารบกวนใจผู้อยู่อาศัยได้อีก


วิธี กำจัดกลิ่น เหม็นจากท่อน้ำทิ้ง ในห้องน้ำ ห้องครัว ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/[/url]
7
Volleyball around the world / คุณสมบัติพิเศษของน้ำ หัวเชื้อจุลินทรีย์
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 09:30:41 PM »
1. ใช้ล้างห้องน้ำ – ห้องครัว

2. ดับกลิ่นห้องน้ำ – ราดโถปัสสาวะขจัดคราบ

3. ราดโถส้วมทำให้ไม่เต็มเร็ว ประหยัดค่าดูดส้วมอย่างเห็นได้ชัด

4. ราดที่อ่างล้างหน้า- ล้างจาน บริเวณที่เตรียมอาหารจะช่วยไล่แมลงวัน แมลงสาปและหนู

5. ราดท่อน้ำร่องน้ำช่วยลดการอุดตัน ช่วยกำจัดกลิ่นในท่อน้ำทิ้ง

6. ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้ ช่วยบำรุงดิน เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน

7. ผสมน้ำอาบน้ำสัตว์เลี้ยงในน้ำสุดท้ายช่วยลดกลิ่นสาปอันเนื่องมาจากไขมันใต ้ขุมขน (สุนัขขี้เรื้อน อาบแล้วขนจะขึ้น) ทำให้แมลงวันไม่มารบกวนสัตว์เลี้ยง

8. สเปรย์เข้าในบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง จะช่วยปรับสภาพน้ำไม่เน่าเสีย สัตว์น้ำจะแข็งแรงไม่มีโรค

9. ใช้ทาหน้ายางพาราหลังกรีดยาง จะช่วยให้หน้ายางขึ้นมาเรียบเสมอและผิวนิ่ม เพราะจุลินทรีย์จะช่วยป้องกันเชื้อราได้

10. ตัดวงจรชีวิตของแมลงวัน (ทำให้แมลงวันเป็นหมัน)

11. ใช้ล้างเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นคาวก่อนการประกอบอาหาร

ประโยชน์โดยทั่วไปของจุลินทรีย์

ด้านการเกษตร
12. ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ในดินและน้ำ

13. ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้เป็นอาหารแก่พืช พืชจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย โดยไม่สูญเสียพลังงานมาก

14. ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและให้อากาศผ่านได้อย่างเหมาะสม

15. ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาดต่าง ๆ

16 ช่วยสร้างฮอร์โมนแก่พืช เพื่อให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น

17. ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานมีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ

18. ช่วยให้ระบบนิเวศวิทยา หรือวงจรธรรมชาติ กลับคืนมา

ด้านปศุสัตว์

19. ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ เช่น ไก่ และ สุกร
20. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์

21.ช่วยป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์ แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้

22. ช่วยกำจัดแมลงวันด้วยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเ ป็นแมลงวัน

23.ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรง มีความต้านทานต่อโรค ให้ผลผลิตสูงและอัตราการตายต่ำ

ด้านการประมง

24. ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้

25.ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อ กุ้ง ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่เลี้ยงได้

26. ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมักใช้กับพืชต่าง ๆ ได้ดี

ด้านสิ่งแวดล้อม

27. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากการเกษตร การปศุสัตว์ การประมง โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชมและสถานประกอบการ ทั่วไป



คุณสมบัติพิเศษของน้ำ หัวเชื้อจุลินทรีย์ ดูเพิ่มเติมได้ที่
[url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/
[/url]หัวเชื้อจุลินทรีย์/
[/url]
8
Volleyball Talk / กำจัดสาหร่าย “การบลูมของสาหร่ายสีเขียวและสีน้ำตาล”
« กระทู้ล่าสุด โดย siritidaphon เมื่อ เมษายน 22, 2018, 09:12:05 PM »
เป็นภาวะที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสาหร่าย สร้างมลภาวะแก่น้ำ เป็นสาเหตุทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น รวมทั้งเป็นแหล่ง หมักหมมสิ่งสกปรกทั้งหลาย

ถ้ายิ่งปล่อยทิ้งเอาไว้เป็นระยะเวลานาน ก็ยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น สารพิษที่สาหร่ายสร้างขึ้นเป็นอันตรายและมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและผู้สัมผัส นอกจากสาหร่ายแล้ว ยังมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น กลุ่มแพลงตอนพิษ กลุ่มแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์น้ำ กลุ่มเชื้อโรคก่อโทษ ก็พบได้มากจากน้ำสกปรก ปัญหานี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวจะแก้ไขได้ยาก ทำให้ สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล

อะไรคิอไมแอ็ค
ไมแอ็ค เป็นสารชีวภาพชนิดผง เพื่อการ กำจัดสาหร่าย และ ปรับสภาพแหล่งน้ำ เกิดจากการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยกลุ่มเบสท์แคร์ โดยการคัดเลือกจุลินทรีย์คัดสายพันธ์พิเศษผสานกับนาโนเทคโนโลยี และสารประกอบชีวภาพอื่น ที่ สามารถกำจัดสารอินทรีย์และแปรรูปสารอินทรีย์ เป็นรูปแบบอื่น เช่น เปลี่ยนสารอินทรีย์ เป็น กรดแล็คติก คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และเซลล์ใหม่ของจุลินทรีย์ เป็นการช่วย ลดปริมาณธาตุอาหาร หรือ สารอาหารที่เร่ง การบลูมของสาหร่าย ได้แก่ ลดสารไนโตรเจน ลดสารฟอสเฟต และ ไมแอ็ค มีสารประกอบพิเศษ ที่ช่วยทำลายผิวเซลล์ และ ยับยั้งการเจริญของเซลล์สาหร่าย ปรับค่าคุณสมบัติของน้ำ (pH ค่าพีเอช) ไม่ให้เหมาะกับการเจริญของสาหร่าย และ ควบคุมความเสถียรของค่าความเป็นกรด ด่างของน้ำ จึงเป็นการควบคุมสาหร่ายโดยวิธีชีวภาพ ที่สร้างสมดุลให้กับสระน้ำและไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในแหล่งน้ำ

การใช้งานไมแอ็ค ใช้ในแหล่งน้ำขัง น้ำนิ่ง หรือแหล่งน้ำที่มีสีเขียวเข้ม มีการบลูมหรือการแพร่กระจายของส่หร่ายมากกว่าปกติ ใชช้ได้ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ บ่อน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม บ่อพักน้ำสำหรับทำน้ำประปา บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร และการประมง เช่น บ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา

คุณสมบัติและข้อเด่นที่เหนือกว่า
1. ปรับสภาพสีน้ำเขียวเข้ม ภายในสระน้ำ คู คลอง ให้เป็นสีเขียวอ่อน หรือสีน้ำตาลตามธรรมชาติ ได้รวดเร็ว เห็นผลชัดเจน คุณสมบัติที่โดดเด่น คือ ในไมแอ็ค ไม่ได้มีเพียงจุลินทรีย์ แต่มีสารประกอบชีวภาพที่ทำหน้าที่เหมือน Flocculant ช่วยรวบรวมให้สารอินทรีย์รวมตัวตกตะกอน จึง ปรับสภาพน้ำให้ใสได้ง่าย ขจัดปัญหาน้ำขุ่น อันเกิดจากสารแขวนลอยของสารอินทรีย์ ทั้งในแหล่งน้ำ คู คลอง หนอง บึง สระน้ำ หรือ บ่อเลี้ยงปลา ทั้งขนาดเล็กและใหญ่

2. เร่งการ ย่อยสลายของเสีย ควบคุมสมดุลของสาหร่ายสีเขียว และ สาหร่ายสีน้ำตาล (Diatom) ป้องกันการแพร่ขยาย หรือ การ Bloom ของสาหร่าย โดยปฏิกิริยาของจุลินทรีย์ในไมแอ็ค ที่มีฤทธิ์เป็นประจุบวก และสร้างสาร (Anti-Algae) ทำลายผิวเซลล์ของสาหร่าย ทำให้สาหร่ายตายในที่สุด และทำการย่อยสลายเศษ
ซากสาหร่ายเพื่อไม่ให้หมักหมม

3. ปรับสภาพความเป็นกรด – ด่าง (pH) ให้เหมาะสม กำจัดแอมโมเนีย จุลินทรีย์และสารชีวภาพในไมแอ็ค สามารถสร้างอิออน ทั้งอิออนลบ OH- และอิออนบวน H+ มีคุณสมบัติเสมือนบัฟเฟอร์ สามารถปรับ pH ค่าพีเอช ให้เป็นกลาง และจุลินทรียในไมแอ็คสามารถใช้สารประกอบไนโตรเจนเป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลังงาน สามารถลดปริมาณธาตุอาหารของสาหร่ายได้เร็ว สร้างสภาวะไม่เหมาะสมกับการเติบโตของสาหร่าย

4. แก้ไขและป้องกันการเกิดแก๊สพิษ เช่นไนไตรท์ (Nitrite) , ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) กลไกการทำงานของไมแอ็ค จะเกิดกระบวนการทั้ง nitrification และ denitrification สามารถกำจัดสารอนินทรีย์กลุ่มไนไตรท์ได้เร็ว และสามารถใช้แหล่งพลังงานจากก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ที่มีกลิ่นเหม็นให้เปลี่ยนเป็นไม่มีกลิ่น ลดการสร้างมลภาวะให้กับน้ำ โดยลดปริมาณทั้งไนโตรเจน และ ซัลเฟอร์ ในน้ำได้อย่างต่อเนื่อง

5. กำจัดเชื้อโรคในน้ำ และกำจัดแพลงตอนพิษ (Toxic Plankton) โดยจุลินทรีย์ในไมแอ็ค สามารถสร้างกรดอินทรีย์ , สาร Bacteriocin และ Killer toxin โดยสารเหล่านี้สามารถทำลายแบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ และทำลายสารพิษที่สาหร่ายผลิตขึ้นได้ ทำให้ปริมาณเชื้อก่อโทษและแพลงตอนพิษลดลงได้ดี


กำจัดสาหร่าย “การบลูมของสาหร่ายสีเขียวและสีน้ำตาล” ดูเพิ่มเติมได้ที่ [url=https://www.bcithailand.net/]https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/[/url]
9
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์

https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/]ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์

ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/[/url]
10
Multimedia / ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน
« กระทู้ล่าสุด โดย panne rattana เมื่อ เมษายน 21, 2018, 08:47:35 PM »
ค๊อกคาเทล อีกหนึ่งสายพันธุ์นกที่จะทำให้คนรักนกต้องตกหลุมรัก ด้วยความฉลาด น่ารัก และมีสัญลักษณ์สีส้มที่แก้มทั้ง 2 ข้าง เหมือนเขินอายอยู่ตลอดเวลา และยังชอบร้องเพลงอีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความสวยงามของนกสายพันธุ์ต่างๆ เจ้านกที่เราจะกำลังจะแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้านกที่ว่านี้ก็คือ นกค๊อกคาเทล นกที่มีสัญลักษณ์ตรงแก้มเป็นสีส้มทั้งสองข้าง เหมือนมีอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเจ้านกค๊อกคาเทลนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

ค๊อกคาเทล เป็นนกแก้วสายพันธุ์เล็ก ซึ่งเจ้านกสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่หงอนถิ่นกำเนิดของมันอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบเสียงโหวกเหวก ถ้าเป็นนกตัวผู้จะชอบร้องเพลง หากเราฝึกดีๆ โดยการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ให้เขาฟังจนชิน บางตัวก็ถึงกับร้องเพลงได้เลยทีเดียวนะ แต่เสียงอาจจะไม่ชัดเจนเหมือนนกแก้วชนิดอื่นเท่าไรนัก ความสามารถนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเจ้านกค๊อกคาเทลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง รวมถึงเจ้านกพันธุ์นี้ยังเชื่อฟังง่าย และชอบให้เจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กับมัน เช่น ลูบหัวมันเบาๆ และหากอยากจะเลี้ยงจริงๆ ให้เลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกนกนะคะ เพราะถ้าเราสอนหรือฝึกอะไรให้เขา เขาจะทำตามอย่างเชื่อฟังมากกว่านกที่โตแล้วนั่นเองค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้านกค๊อกคาเทลที่คนเลี้ยงไว้ในบ้านนั้นจะมีแก้มสีส้ม-แดง หากเป็นแก้มสีเหลืองนั้นก็ออกจะหายากสักหน่อย บางท่านที่ซื้อพ่อพันธ์แม่พันธ์มาแบบอิมพอร์ต ราคาจะตกอยู่ราวๆ หลักหมื่นต่อหนึ่งตัว และขอแนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดนะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ และโรคไข้หวัดนกด้วยจ้า

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเจ้าค๊อกคาเทล

1. นกชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี

2. เป็นนกที่ไม่ชอบส่งเสียงดัง แต่ชอบการร้องเพลงเป็นทำนองเมโลดี้

3. มีขนาดเล็ก น่ารัก ควรเลี้ยงในกรงขนาด 2 ฟุต เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับนก 1-2 ตัว

4. หากเป็นนกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ จะรับรู้ได้เลยว่าเจ้านกน้อยมีความอ่อนโยน และเชื่องมากๆ

5. นกชนิดนี้ค่อนข้างต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และมีความอดทนค่อนข้างสูง ถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นหากนกที่คุณเลี้ยงอยู่มีอาการแปลกไปจากเดิม คุณควรพามันไปหาสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านนกโดยด่วนค่ะ

อาหารสำหรับค๊อกคาเทล

ในส่วนการให้อาหารของเจ้านกนั้นจะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ กลุ่มอาหารหลักที่เป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และผลไม้ต่างๆ อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น แครอท โดยการหั่นเป็นลูกเต๋าผสมกับเมล็ดพืชให้นกกิน แต่ควรให้ในช่วงบ่ายนะคะ เพราะยังมีกลุ่มอาหารอีกจำพวกคือประเภทผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ที่ควรให้ในช่วงเช้า ส่วนน้ำควรเปลี่ยนทุกวันเพื่อความสะอาด และเราจะได้ล้างสิ่งสกปรกที่ตกลงไปในถ้วยน้ำด้วยค่ะ


ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน คลิ๊กที่นี่ [url=https://www.petcitiz.info/]https://www.petcitiz.info/นก/[/url]
หน้า: [1] 2 3 ... 10